Titleist Driver Duel: Comparing the GT4 and GTS4 models
เปรียบเทียบ Titleist GTS4 และ GT4 เจาะลึกหัวไม้ 460cc ที่ลดสปินเยี่ยมแต่ชดเชยความผิดพลาดสูง สวิงแบบไหนที่ใช่?
เปรียบเทียบ Titleist GTS4 และ GT4 เจาะลึกหัวไม้ 460cc ที่ลดสปินเยี่ยมแต่ชดเชยความผิดพลาดสูง สวิงแบบไหนที่ใช่?
ถ้าคุณเป็นนักกอล์ฟสาย Speed สูง…
ปัญหาคลาสสิกที่คุณต้องเจอคือ “ตีแล้วสปินล้น” ลูกโด่ง ลอยย้อย และเสียระยะ…
ทางแก้ที่ผ่านมาคือการใช้หัวไม้รุ่น “เบอร์ 4” ของ Titleist (อย่างเช่น GT4) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น Spin Killer ตัวจริง…
แต่ปัญหาคือ… หัวมันเล็กเพียง 430cc ทำให้หน้าตามันดู “น่ากลัว” เวลาจรดลูก และถ้าคุณตีไม่โดน Sweet Spot ลูกจะมุดฮุกซ้ายตกน้ำแบบกู่ไม่กลับ (Ducky)…
วันนี้ GolfShafts.online ขอหยิบยก Insight สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากทีม 2nd Swing Golf ที่ได้ทำการทดสอบเทียบกันแบบ Head-to-Head มาสรุปให้พี่ๆ นักกอล์ฟได้ฟังกันครับ…
ว่า Titleist GTS4 โฉมใหม่… จะลบฝันร้ายของหัวไม้ Low Spin ได้จริงไหม?
จากผลการทดสอบด้วย Trackman สิ่งที่ GTS4 ทำได้ดีกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจนคือ…
หากคุณคือผู้เล่นที่มี Head Speed สูง… มีปัญหาเรื่อง Spin rate ที่ทะลุ 3,000+ rpm… แต่ยังต้องการความเสถียรเมื่อตีพลาดศูนย์กลางหน้าไม้…
GTS4 คือคำตอบที่จะเข้ามาอยู่ในถุงกอล์ฟของคุณในปีนี้อย่างแน่นอนครับ…
แต่อย่าลืมนะครับ… หัวไม้ที่ดีย่อมต้องคู่กับ “ก้านที่ใช่”
การมีอุปกรณ์ที่ปรับแต่งได้ละเอียด ทั้งตำแหน่ง Center of Gravity และ SureFit Hosel หากได้ทำ Club Fitting เพื่อแมตช์ก้านพรีเมียมอย่าง Fujikura หรือ KBS ให้เข้ากับจังหวะ Transition ของคุณ…
จะยิ่งปลดล็อกระยะและทิศทางแบบที่คุณอาจไม่เคยสัมผัสมาก่อน…
สนใจอัปเกรดอาวุธ หรือต้องการที่ปรึกษาเรื่องวงสวิงและการฟิตติ้งก้านกอล์ฟระดับพรีเมียม? ทักมาคุยกับทีม Master Club Fitter ของเราได้เลยที่ GolfShafts.online ครับ!
กริปใหม่ทำฟีลลิ่งไม้พัง? ถอดรหัสความลับ Swing Weight และเทคนิค No Taper จากโปรทัวร์
เคยไหมครับ…
ไม้เก่งใบโปรดที่เคยตีเข้ามือ…
แต่พอเอาไป “เปลี่ยนกริป” กลับมาใหม่ กลับรู้สึกแปลกๆ เหมือนไม่ใช่ไม้เดิม…
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่วงสวิงของคุณครับ แต่อยู่ที่ “ความลับของการบาลานซ์น้ำหนัก” ที่ซ่อนอยู่ใต้ฝ่ามือ…
วันนี้ผมขอยก Insight สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากรีวิวของช่อง trottiegolf ที่เจาะลึกเบื้องหลังการทำงานของ Club Builder ระดับโลก มาย่อยให้พี่ๆ ฟังกันครับ…
หลายคนเลือกกริปจากสีสัน หรือผิวสัมผัส…
แต่ลืมดูเรื่อง “น้ำหนัก”
จากคลิปของ trottiegolf ชี้ให้เห็นชัดเจนครับว่า กริป Tour Velvet มาตรฐานพร้อมเทปกาว 1 ชั้น น้ำหนักจะอยู่ที่ 53 กรัม…
แต่ถ้าคุณเปลี่ยนไปใช้กริปที่หนาขึ้น หรือพันเทปหลายชั้น น้ำหนักอาจโดดขึ้นไปถึง 71.5 กรัม หรือ 74.5 กรัม!
ความต่างแค่ 20 กว่ากรัมที่ปลายไม้ (Butt end) นี้ ส่งผลมหาศาล…
อีกหนึ่งเทคนิคที่โปรทัวร์ใช้กัน แต่เรามักมองข้าม…
คือการเลือกทรงกริปสำหรับ Wedge…
trottiegolf แนะนำว่า สำหรับ Wedge กริปสไตล์ Plus 4 (ลดความเรียว หรือ No Taper) คืออาวุธลับ…
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
เทคนิคความใส่ใจเรื่องกริปและ Swing Weight นี้…
เหมาะกับนักกอล์ฟที่ต้องการความแม่นยำ (Precision) และนักกอล์ฟที่มี Head Speed ปานกลางถึงสูง ที่เซนซิทีฟกับจังหวะหน้าไม้ (Face to Path) ครับ…
การเซ็ตหน้าไม้ให้เปิดหรือปิดนิดๆ ตอนใส่กริป ก็เป็นอีกทริคที่ช่วยชดเชยวิถีลูกให้ตรงขึ้นได้…
แต่ทั้งหมดนี้… จะต้องทำโดยช่างผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
หากพี่ๆ นักกอล์ฟกำลังสงสัยว่า ไม้ที่มีอยู่ Swing Weight เพี้ยนไปหรือเปล่า? หรืออยากเปลี่ยนกริปใหม่ให้เข้ากับสวิงโดยที่ฟีลลิ่งไม่เสีย…
อย่าปล่อยให้สวิงพังเพราะอุปกรณ์ที่ไม่บาลานซ์ครับ…
ทักมาพูดคุย ปรึกษาปัญหาเรื่องวงสวิง หรือจองคิวทำ Club Fitting แบบพรีเมียมกับโปรผู้เชี่ยวชาญของเราได้เลยที่ GolfShafts.online ศูนย์รวมก้านโม Premium และบริการ Fitting ระดับเวิลด์คลาสครับ
พาชมเบื้องหลังขั้นตอนการผลิตก้านไม้กอล์ฟระดับพรีเมียมจากค่าย Fujikura ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนเสร็จสมบูรณ์
ทำไมโปรทัวร์ระดับโลกและนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ตีไกลๆ ถึงมั่นใจในก้าน Fujikura กันนัก?
วันนี้เรามีคำตอบครับ…
ต้องขอขอบคุณเครดิตคลิปสุด Exclusive จากช่อง 2nd Swing Golf ที่พาเราบุกไปถึงศูนย์วิจัยและผลิตของ Fujikura HQ…
ที่นี่คือสถานที่เปลี่ยน “แผ่นคาร์บอนธรรมดา” ให้กลายเป็น “อาวุธคู่กาย” ที่ช่วยเซฟสกอร์ให้คุณ…
สิ่งที่ทีมงาน 2nd Swing Golf ได้ไปเห็นด้วยตาตัวเอง คือความละเอียดอ่อนระดับมิลลิเมตร…
ซึ่งนี่คือเหตุผลว่าทำไมก้าน Fujikura ถึงให้ฟีลลิ่งที่ดีเยี่ยมและทรงพลัง:
ด้วยความแม่นยำของการออกแบบทั้งองศาการบิด (Torque) และความแข็ง (Flex)…
ก้าน Fujikura จึงถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ “ทุกสไตล์การสวิง”…
ไม่ว่าคุณจะเป็นคน Transition เร็ว ดุดัน ที่ต้องการก้านปลายแข็งเพื่อคุมทิศทาง… หรือสวิงนุ่มนวล สมูท ที่ต้องการแรงดีด (Kick) ช่วยเพิ่ม Head Speed…
แต่คำถามที่สำคัญที่สุดคือ…
“แล้วรุ่นไหน สเปคไหนล่ะ… ที่เข้ากับกลไกสวิงของคุณจริงๆ?”
อย่าปล่อยให้การเลือกอุปกรณ์เป็นเรื่องของการสุ่มเดาครับ…
แวะมาพูดคุยและค้นหาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของคุณกับ Master Club Fitter ของเราสิครับ…
ที่ GolfShafts.online เรามีก้านโม Premium ทั้ง Fujikura, KBS, BGT และอีกมากมาย พร้อมวิเคราะห์วงสวิงของคุณด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงสุด…
ทักมาปรึกษาเราวันนี้… แล้วเปลี่ยนวงสวิงเดิมๆ ให้กลายเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของคุณครับ!
จบปัญหาพัตต์หลุดไลน์ ด้วยความนิ่งระดับ Zero Torque ในร่าง Modern Mallet
เคยมั้ยครับ… ที่รู้สึกว่าหน้าพัตเตอร์มันบิดไปมาตอน Impact?
พยายามซ้อมสโตรกแค่ไหน…
ลูกก็ยังหลุดไลน์ออกขวา หรือดึงเข้าซ้ายอยู่ดี
วันนี้ผมหยิบเอา Insight เด็ดๆ จากการรีวิวของช่อง 2nd Swing Golf มาสรุปให้ฟัง…
เกี่ยวกับพัตเตอร์เรือธงตัวใหม่ล่าสุดที่กำลังเป็นกระแส…
L.A.B. Golf VZN.1i (Vision 1i)
นี่คือพัตเตอร์ที่เข้ามาแก้ Pain Point ของนักกอล์ฟหลายคนที่ “อยากได้เทคโนโลยี Zero Torque แต่ทำใจรับหน้าตาแบบยานอวกาศไม่ได้”…
หากคุณเคยลองรุ่น DF3 จะรู้ว่ามันเสถียรมาก…
แต่รูปทรงอาจจะดูแปลกตาไปนิดสำหรับสาย Classic
VZN.1i เข้ามาอุดช่องโหว่นี้ครับ ด้วยรูปทรงแบบ Modern High MOI Mallet ที่ดูคลีนขึ้น…
มาดูกันว่าสเปคที่ซ่อนอยู่ สร้างฟีลลิ่ง อะไรให้คุณบ้าง:
ถ้าคุณคือ…
1. คนที่ใช้พัตเตอร์ทรง Blade มาตลอด แต่อยากได้ “ความชดเชยสูงสุด” โดยที่ยังได้ฟีลลิ่งหน้าสัมผัสที่แน่นกระชับ…
2. คนที่ชอบรูปทรง Modern Mallet อยู่แล้ว แต่ใฝ่ฝันอยากได้เทคโนโลยี Zero Torque ของ L.A.B. Golf…
VZN.1i คือเนื้อคู่ของคุณครับ
ใครที่เพิ่งเริ่มหัดเล่นกอล์ฟน่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ…
พอเดินเข้าไปในร้านขายอุปกรณ์กอล์ฟปุ๊บ ถึงกับยืนงง เพราะมันมีให้เลือกเยอะแยะไปหมด!
การเลือกชุดไม้กอล์ฟเซ็ตแรกในชีวิต ไม่ใช่แค่การจิ้มๆ เลือกสีที่ชอบ…
แต่ถ้าเราเลือกสเปกไม้ที่ไม่เข้ากับสรีระและวงสวิง มันจะไม่ใช่แค่ทำให้เราตีไม่ดี แต่มันจะทำให้เราปวดหลัง ท้อแท้ และหงุดหงิดจนอยากเลิกเล่นไปเลยครับ
บทความนี้เราเลยขอมาเจาะลึกแบบหมดเปลือก… ทำไมโปรหลายคนถึงแนะนำให้คนไทยใช้ “แบรนด์ไม้กอล์ฟ Japan“… มาดูวิธีเลือกอุปกรณ์ให้เข้ากับตัวเรา แถมช่วยเซฟเงินในกระเป๋ากันครับ!
รู้ไหมครับว่า… แบรนด์กอล์ฟระดับโลกเขาออกแบบไม้โดยอิงจาก “สรีระ” และ “ความเร็วหัวไม้” เป็นหลัก
ซึ่งสรีระของคนไทยอย่างเราๆ มักจะเข้ากันได้ดีกับ “ไม้กอล์ฟแบรนด์ญี่ปุ่น (Japan Spec)” มากกว่าไม้สเปกอเมริกาครับ…
จุดที่ต่างกันหลักๆ จนทำให้ไม้สเปกญี่ปุ่นตีเข้ามือคนไทยมากกว่า มีดังนี้ครับ…
สำหรับสาวๆ… ผู้ผลิตฝั่งญี่ปุ่นจะเก่งมากในการทำก้านกราไฟต์ที่เบาหวิว (ประมาณ 40 กรัม) และมีความยืดหยุ่นสูง
ก้านที่อ่อนและเบาแบบนี้ จะช่วย “ดีดส่งลูก” ในจังหวะปะทะ ทำให้สาวๆ ตีลูกลอยได้ง่ายขึ้น ชดเชยแรงสวิงที่อาจจะยังไม่เยอะมากครับ
⛳ ดูคอลเลกชันไม้กอล์ฟที่ออกแบบมาเพื่อสรีระผู้หญิงโดยเฉพาะ ตีง่าย น้ำหนักเบา ได้ที่นี่เลยครับ: ชุดไม้กอล์ฟผู้หญิง (Lady Club)
ส่วนของหนุ่มๆ… ไม้สเปกญี่ปุ่นจะมีน้ำหนักก้านที่พอดีคำ (50-65 กรัม) ไม่หนักจนเกินไป
ทำให้สวิงได้สบายตลอด 18 หลุม โดยที่หน้าไม้ยังนิ่ง ควบคุมทิศทางได้ดั่งใจครับ
สถิติบอกว่าไม้กอล์ฟผู้ชายถูกออกแบบมาสำหรับความสูงเฉลี่ยราวๆ 5 ฟุต 9 นิ้ว ส่วนไม้ผู้หญิงอิงที่ความสูงประมาณ 5 ฟุต 7 นิ้ว
ซึ่งทำให้ไม้กอล์ฟสเปกเอเชียมีความยาวที่พอดีกับคนไทยมากกว่า…
การที่ไม้มีความยาวพอดีตัว จะช่วยให้เราจรดลูกได้เนียนตา ตีโดนกลางหน้าไม้ได้ง่ายขึ้น และช่วยลดอาการตีสไลซ์ (ออกขวา) ได้ดีเยี่ยมเลยครับ
กติกากอล์ฟบอกว่าเราพกไม้ลงสนามได้สูงสุด 14 ชิ้น…
แต่มือใหม่หลายคนมักจะพลาดตรงนี้ คือพยายามจัดเต็ม ซื้อให้ครบ 14 ชิ้นตั้งแต่แรก!
ความจริงคือ… มือใหม่มักจะมีปัญหาตีเหล็กยาว (เช่น เหล็ก 3, 4, 5) ไม่ค่อยลอย เพราะหน้าไม้มันตั้งชันและก้านยาว ตียากมากครับ
ผลคือ ตีเหล็ก 4 กับเหล็ก 6 ได้ระยะออกมาเท่าๆ กันเลย (แถมตีแป้กบ่อยกว่าด้วย)
โปรและสถาบันกอล์ฟชั้นนำแนะนำตรงกันครับว่า… มือใหม่ควรเริ่มจากชุดที่มีไม้แค่ 7-10 ชิ้นก็พอแล้ว!
การพกไม้น้อยลง จะบังคับให้เราโฟกัสกับวงสวิงมากขึ้น ช่วยให้กล้ามเนื้อจดจำท่าทางได้เร็วกว่าการมานั่งปวดหัวว่าจะเลือกไม้เบอร์อะไรดี…
และนี่คือโครงสร้างไม้กอล์ฟสเปกญี่ปุ่นที่ผมแนะนำ สำหรับประกอบชุดมือใหม่ให้ตีสนุกที่สุดครับ:
มือใหม่หลายคนมักจะตกม้าตายตอนอยู่ข้างกรีน… สาเหตุหลักคือ ใช้เวดจ์ผิดประเภทครับ!
ลองนึกภาพตามนะครับ… ตลอดแฟร์เวย์เราใช้ชุดเหล็กใบใหญ่ๆ ตีง่ายๆ (Cavity Back)…
แต่พอถึงข้างกรีน เรากลับไปหยิบเวดจ์ทรงใบมีด (Blade-style) บางเจี๊ยบ แบบเดียวกับที่โปรทัวร์เขาใช้กันมาตี!
ผลก็คือ… ตีฉึกบ้าง ท็อปพุ่งกระฉูดบ้าง เพราะมันไม่มีตัวช่วยชดเชยความผิดพลาดเลยครับ…
ทางออกคือ: เลือกใช้เวดจ์หน้ากว้างแบบ Cavity Back ที่เข้าเซ็ตกับชุดเหล็กของเรา ซึ่งแบรนด์ไม้กอล์ฟญี่ปุ่นหลายแบรนด์ ทำเวดจ์สไตล์นี้ออกมาได้เนียนตาและใช้งานง่ายมากครับ
การเลือกชุดไม้กอล์ฟมือใหม่ ไม่ใช่การเดินไปเหมาไม้ 14 ชิ้นแบบโปรทัวร์มาใส่กระเป๋านะครับ…
แต่เป็นการเลือก “ตัวช่วย” ที่จะมาปิดจุดบอดในสวิงของเราที่ยังไม่สมบูรณ์ต่างหาก…
จำไว้ให้ขึ้นใจครับ:
ไม้กอล์ฟที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่… คือไม้กอล์ฟที่ออกแบบมาเพื่อ “ช่วยเหลือ” และ “ให้อภัย” ทุกความผิดพลาดของเรา…
หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์กอล์ฟสเปกพรีเมียม ที่จะช่วยให้การเริ่มต้นตีกอล์ฟของคุณสนุกขึ้นตั้งแต่วงสวิงแรก… คลิกเข้าไปเลือกชมอุปกรณ์สเปกตีง่าย ที่คัดมาเพื่อนักกอล์ฟชาวไทยโดยเฉพาะ ได้ที่ลิงก์หมวดหมู่ด้านบนเลยครับ!